วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Review My Room In Japan!!!

วันนี้พอดีมีพายุ เห็นบอกกันว่าพัดคนปลิวได้เลย ก็เลยนั่งอยู่ในห้อง ชิวๆ ไม่ออกไปไหน คราวนี้ก็เลยขอมารีวิวห้องของเอในนิฮงโกะเลยละกัน

(ปล. ขอโทดทีนะ พยายามจัดรูปแบบแล้วอ่ะ มันก็เละอยู่ดี ภาพวางมั่วไปหมด คราวหน้าจะลองหาทางอื่นดูนะ อ่านยากหน่อยนะครับ)

<- รูปหน้าห้องมีป้ายเบอร์ห้องติดอยู่









เบอร์ห้อง 229 ด้วย!!! ชอบ^^->

จะเริ่มเปิดประตูแล้วละนะ เปิดแล้วๆ พอเปิดแล้ว พวกคุณทั้งหลายก็จะเห็น ที่ถอดรองเท้าให้อารมณ์ญี่ปุ่นๆ













เมื่อเปิดประตูเข้ามา เจอที่วางรองเท้า ตู้เสื้อผ้าและตู้เย็น และ...​กระติกน้ำร้อน?!

(ล้อเล่นนะ กระติกน้ำร้อนหอไม่ได้ให้มา พี่ที่หอชื่อ เอเจ ให้มาฟรีตะหาก ใจดีจัง^^)












เตียงนอนจ่ะ โต๊ะทำงาน และไอ้ก้อนที่บอกเลขนี่

ก้อนบอกตัวเลขนี่ก็คือ เงินค่านำ้ค่าไฟที่เหลืออยู่นะเอง ดังนั้น ถ้าต่ำกว่า 500 เยน ต้องรีบไปเติมเงินที่ตู้ machine ชั้นหนึ่งนั่นเองครับ เห็นบอกว่าถ้าตำ่กว่า 500 จะมีเสียง ตึ๊งๆ อะไรซักอย่าง ยังไม่เคยเหมือนกันครับ












ห้องน้ำ และวิวของระเบียงห้องเอครับ

ตึกที่เห็นเหมือนจะเป็น multi-purpose hall ที่เอาไว้ใช้ เอนกประสงค์ของหอครับ
แถมให้เป็นห้องครัวอันโสโครก และห้องนั่งเล่นดูทีวีส่วนกลางซึ่งจะมีทุกชั้นครับ













ห้องครัว มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แต่ละห้องเอามาเรียงเป็นกอง พร้อมทั้งอีกห้องในห้องครัวที่มีชั้นวางของไว้วางเครื่องปรุงของแต่ละห้อง
















ห้องนั่งเล่นส่วนรวม ไม่มีอะไรมากครับ



คราวหน้า จะขอรีวิวมหาวิทยาลัยโตได แคมปัส Komaba ที่อยู่ใกล้ๆหอของเอนี่เอง (มหาลัยของเอเอง แต่เออยู่แคมปัส Kashiwa ครับ) เอแอบไปกินที่โรงอาหารของแคมปัส Komaba บ่อยๆ อาหารถูกและอร่อยดีครับ ไว้เจอกันเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

A in JAPAN day-1

หลังจากยุ่งกับการตั้งต้นชีวิตใหม่ในญี่ปุ่น ก็ได้มีเวลาเขียนเล่าเรื่องใน 5 วันที่ผ่านมาซักที เพื่อนๆก็คงรู้ว่าเอได้เดินทางไปญี่ปุ่นในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 จากสุวรรณภูมิ ในวันนั้น เอรู้สึกดีใจมากมายเลยนะ ที่เพื่อนๆไปส่งเยอะ ขอบคุณมากๆเลย ตอนออกเครื่องบินแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ฮืออ (ตอนนี้ก็ยังคิดถึงเพื่อนๆที่ไทยมากๆเลยนะ)

รูปเพื่อนๆส่วนหนึ่งที่มาส่ง^^

ในวันแรกที่ถึงพื้น ญี่ปุ่นเลยนั้น รู้สึกได้เลยว่า "นี่ เรามาทำอะไรที่นี่ นี่มันใช่ที่ของเราหรอ" รู้สึกคิดถึงบ้าน และเซงมากๆเลย ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับญี่ปุ่นเลยซักนิดเดียว จากที่สนามบิน เอก็มีติวเตอร์คนญี่ปุ่นมารับถึงสนามบิน (เพื่อนๆที่ไปไฟท์เดียวกันก็แอบอิจฉา เพราะติวเตอร์ของเพื่อนมันปล่อยเกาะ ไม่ค่อยใยดี ของเอเนี่ยน้า ขึ้นรถไฟมันยังเชิญให้เอนั่งก่อนเลย ยังกะแฟนมัน เจออีกแล้วชีวิตนี้555+ ส่งถึงที่หออีกตะหาก) นั่นแหละๆ ในวันแรกเป็นวันที่ยุ่งมากมาย เพราะว่าจะต้องทำเอกสารต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการทำบัตร Alien ใช่แล้วครับ บัตรมนุษย์ต่างดาว หรือ บัตรที่แสดงตัวตนว่าเป็นตัวประหลาด กูไม่ใช่คนญี่ปุ่นอะไรประมาณนั้นเลย (ตั้งชื่อได้น่ารักจริงๆ โคตรอยากทำ) การจะไปทำก็ต้องเดินทางไปไกลมากมาย รู้สึกอึ้งและเหนื่อยกับรถไฟญี่ปุ่น กว่าจะไปถึงเปลี่ยนไปเกือบ 10 สาย ถึงแม้ transportation ของญี่ปุ่นจะดี แต่ก็ใช่จะว่าสบายนะ เพราะเวลาที่เสียไปส่วนใหญ่มากจากการเดินทางด้วยรถไฟนั่นเองครับ หลังจากทำเอกสารเสร็จก็ปาเข้าไป 5 โมงกว่าจะถึงหอ

หอที่เออยู่ชื่อ หอโคมาบะ พอถึงก็ได้รู้จักกับพี่เอก ใจดีมากๆ รอมาต้อนรับ ได้รับกุญแจห้อง เพื่อนลองทายสิเอได้เบอร์ห้องเบอร์อะไร ฮะฮ้า ดีใจมากๆเลยได้เบอร์ 229 เป็นเบอร์ห้องตอน ม.4 ล่ะ ยิ่งทำให้คิดถึงเพื่อนเข้าไปอีก จากนั้นเข้าห้องวางของแล้วพี่เอกก็พาไปชิบูย่าเลย (มีพี่เพิ่มอีกคนไปด้วย) พี่เอกและพี่เพิ่มช่วยเลี้ยงราเมงร้านนึง อร่อยดีครับ^^ เสร็จแล้วก็กลับหอเพื่อเจอกับเยลลี่(เพื่อนกิ๊ฟและเป็นเพื่อนที่เตรียมฯที่ ได้ทุนเหมือนกัน) และก็พบกับนัท ซึ่งได้คุยๆไปก็รู้ว่า เป็นเพื่อนกับทีระพาบกับแก้นด้วย!!! น่าตกใจ คุยกันสามคนซักพัก ก็คุยว่าเราอยู่คอม นัทก็อยู่คอม นัทก็บอกว่ามีอีกคนนึงเพิ่งมาก็อยู่คอม เฮ้ยบังเอิญ เป็นโดนัทเพื่อนเอที่เคยเรียนด้วยกันตอนปี 1 แต่ย้ายไปอินเดีย!! วันนี้มีแต่เรื่องบังเอิญเสียจริงๆ เรียกว่ารางดีรึเปล่าก็ไม่รู้ครับ คุยกันซักพัก ก็เลยถึงเวลาเข้านอนด้วยความเหนื่อยล้า นอนบนเตียงก็รู้สึกเหงาๆและคิดถึงเพื่อนเสียจริงๆ T.T


ขอนอนก่อนแล้วจะมาเล่าต่อวันที่สองนะ (วันที่สองเค้าเริ่มสนุกแล้วล่ะ)